Elastic Ti

Elastic Ti realizes a playe's dream--high elasticity and high strength in the same frame.

Elastic Ti ถูกหลอมรวมอยู่ที่ทั้งสองข้างของขอบเฟรม รวมความยืดหยุ่นสูง และความแข็งแกร่งเข้าไว้ด้วยกัน ให้ทั้งการดีดตัว และความแม่นยำ เพื่อให้นักแบดสามารถสร้างสรรเกมได้ด้วยเทคนิคและกลยุทธ์ที่หลากหลาย สร้างความได้เปรียบให้กับเกม

ขอบเฟรม Elastic Ti ได้ก้าวข้ามข้อจำกัดของเฟรมแร็กเกตทั่วไป ด้วยการยืด และดีดตัวกลับ ให้การตีที่แม่นยำและหนักหน่วง ถ่ายพลังจากวงสวิงได้อย่างเต็มที่

 
 
 
 

Nano Science Technology - เพิ่มแรงดีด และความเร็วจาก Compact Swing (วงสวิงสั้น)

โครงสร้างของแร็กเกตทั่วไป จะเพิ่มความหนาให้กับกราไฟท์ หรือชั้นคาร์บอน เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับก้าน ซึ่งจะทำให้น้ำหนักของหัวไม้มากขึ้น แต่ทำให้ควบคุมแร็กเกตได้ยาก

โครงสร้างแร็กเกตนาโนของโยเน็กซ์ได้ใช้ Fullerene ขนาดนาโน ผสมเข้ากับคาร์บอน วิศวกรแร็กเกตของโยเน็กซ์ ได้คิดค้นวิธีการใช้วัสดุขนาดโมเลกุล เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับแร็กเกต การคิดค้นนี้ ได้สร้างชั้นโมเลกุลที่ให้ความแม่นยำ และหัวแร็กเกตแบบบาง ที่แข็งแกร่งขึ้น เพื่อให้พลัง และความเร็วจาก Compact Swing (วงสวิงสั้น)

 
 
 
 

ARMORTEC

Power Armor System
เฟรมด้านบนของแร็คเกตรูปแบบใหม่ ด้วยหน้าตัดที่เพิ่มเหลี่ยมมุมลดการบิดตัวของเฟรม ในขณะไม้กระทบลูก เพิ่มความแม่นยำ ในการควบคุมเกมและเพิ่มความมั่นคง ของเฟรมเพื่อความรู้สึกที่หนักแน่น

4% more speed in the smash
ด้วยเทคโนโลยี Power Armor System ทำให้แร็กเกตในรุ่น Armortec สามารถเร่งความเร็วลูกได้เพิ่มขึ้นอีกถึง 4 %

Control Support Cap
เพื่อการเล่นเกมเร็ว โยเน็กซ์วิจัย การพัฒนาการของนักแบดมินตันระดับโลก จึงออกแบบ Control Support Cap(CSC) แกนก้าน มีพื้นที่เรียบเพิ่มขึ้น 88% รองรับน้วมือให้ควบคุมการเล่นเกมประชิดได้ฉับไว

Single-pass Stringing เพิ่มรูร้อยเอ็นในบริเวณด้านบนของเฟรม เพื่อเพิ่มความทนทานของไม้ยิ่งขึ้น การชำรุดของไม้ในการเล่นคู่อันเนื่องมาจากไม้กระทบกันเอง เป็นปัญหาที่พบเห็นอยู่เสมอ Armortec-800 ซึ่งออกแบบมาเพื่อการเล่นคู่โดยเฉพาะ จึงได้ทำการแก้ปัญหาตรงจุดนี้ โดยเพิ่มรูร้อยเอ็นในบริเวณด้านบนของเฟรม (ตามภาพ) เพื่อการร้อยเอ็นแบบพิเศษ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Armortec-800 กับความทนทานที่มากขึ้นอีก 7%

Armortec-800 รุก และ รับ เป็นแรกเกตคู่แรกของโลกที่มีการออกแบบมาเพื่อการเล่นคู่โดยเฉพาะ โดยแต่ละแบบถูกออกแบบมาเพื่อความเหมาะสมในแต่ละสไตล์การเล่น

รุ่น Offensive (รุก) ตัวเฟรมจะมีลักษณะ Box Shape (ดังภาพด้านบน) เพื่อความแข็งแรงและให้พลังในการตี เน้นการตบ ส่วนรุ่น Defensive (รับ) ตัวเฟรมมีลักษณะ Aerodynamic หรือ Aero Shape (ดังภาพด้านบน) เพื่อลดแรงต้านอากาศขณะตี ช่วยให้สวิงแรกเกตได้ไวขึ้น ทำให้เล่นเกมส์รับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 
 
 
 

Muscle Power

MP แร็กเกตมีวิธีการวางเอ็นบน frame ที่ต่างจาก แร็กเกตทั่วไป ด้วยขอบ frame แบบโค้ง ไม่ทำให้เอ็นเกิดการหักมุมและบีบตัว ซึ่งทำให้เสียประสิทธิภาพของเอ็น โครงสร้างของแร็กเกต MP ทำให้เอ็นและแร็กเกตทำงานเป็นเสมือนหนึ่งเดียว เพื่อความแม่นยำ และหนักหน่วงยิ่งขึ้น

เมื่อเทียบ MP แร็กเกต กับ แร็กเกตทั่วไป แร็กเกตทั่วไปจะมีความคงทนที่น้อยกว่า เกิดอัตราการหย่อนของเอ็นเร็วกว่า MP แร็กเกต 2 เท่า

7 วันหลังจากขึ้นเอ็น MP แร็กเกตยังคงให้ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมเพื่อการเล่นที่มีพลังมากกว่า จากความเป็นหนึ่งเดียวของแร็กเกตและเอ็น ทำให้ MP แร็กเกตสามารถเร่ง speed ของลูกได้เร็วขึ้น 5% เพื่อการตีสวนที่เร็วกว่า

 
 
 
 

Ultimum TI

โยเน็กซ์ ได้รวม Titanium เข้ากับ Nickel Alloy เพื่อสร้าง Ultimum Titanium วัสดุที่แข็งแกร่งกว่า Titanium ทั่วไป 3 เท่า มีความยืดหยุ่น และดีดตัวดีกว่า Graphite 2 เท่า Ultimum Ti Fibres ถูกหลอมเข้ากับก้านแร็กเกต ให้พลัง และการดีดตัวที่รุนแรง

TI Mesh

Titanium Mesh Fibres มีความแข็งมากกว่า Graphite 2.5 เท่า และมีความถ่วงหนักกว่า Graphite 2.3 เท่า Titanium Mesh ถูกผสมผสานเข้ากับ frame ของแร็กเกต เพื่อลดการบิดของแร็กเกตเวลาที่หน้าไม้ปะทะลูก เพื่อความแม่นยำในการตี และ speed ของหัวไม้ที่เร็วขึ้น

Isometric

Frame แร็กเกต Isometric เพิ่มขนาดของ Sweetspot มากขึ้นอีก 32% เมื่อเทียบกับแร็กเกตทั่วไป frame แบบ Isometric สร้างสมดุลให้กับเอ็นทั้ง 2 แนว บนหน้าไม้ ทำให้ขนาดของ Sweetspot กว้างขึ้น เพิ่อความแม่นยำ แน่นอน แม้แต่ในลูก off-center

Built in T-joint

ภายในชั้น Graphite จุดเชื่อมต่อระหว่างก้านไม้ และ frame Yonex Built-in T-Joint (ข้อต่อผังใน) สร้างความคงทนและแข็งแกร่ง ขจัดการบิดตัวของแร็กเกต เพื่อความหนักแน่น และแม่นยำสำหรับนักแบดมินตัน